ทำไมธุรกิจไทย–จีนถึงหันมาลงทุนร่วมแบบ ODM/OEM?
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
โอกาสใหม่ของการผลิตและการส่งออกยุคโลกาภิวัตน์ ปัจจุบันธุรกิจไทยและจีนต่างมองหาวิธีเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก การร่วมลงทุนในรูปแบบ ODM/OEM จึงกลายเป็นกลยุทธ์ที่โดดเด่น เพราะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายต่อยอดศักยภาพซึ่งกันและกัน ทั้งด้านการผลิต เทคโนโลยี ช่องทางจัดจำหน่าย และการเข้าถึงตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว

ODM/OEM คืออะไร?
OEM – ผลิตตามแบบลูกค้า
ลูกค้าออกแบบสินค้าเอง โรงงานผลิตตามสเปกที่กำหนด เหมาะกับธุรกิจที่มีแบรนด์อยู่แล้ว
ODM – โรงงานออกแบบให้ครบ
โรงงานพัฒนาสินค้าและดีไซน์ให้ทั้งหมด ลูกค้าติดแบรนด์และทำการตลาด เหมาะกับผู้ที่ต้องการสินค้าเร็ว ไม่ต้องสร้างทีม R&D เอง
เหตุผลที่ธุรกิจไทย–จีนหันมาร่วมลงทุน ODM/OEM มากขึ้น
1. จีนมีเทคโนโลยีและกำลังการผลิตสูง – ไทยมีความเข้าใจตลาดอาเซียนและแบรนด์แข็งแรง
จีนโดดเด่นด้านต้นทุน เทคโนโลยี และความเร็วในการผลิต
ไทยโดดเด่นด้านความเข้าใจผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ช่องทางค้าปลีก และระบบโลจิสติกส์
การผสานจุดแข็งของทั้งสองประเทศทำให้สินค้าออกสู่ตลาดได้รวดเร็วและมีคุณภาพสูงในต้นทุนที่คุมได้
2. ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มความเร็วในการออกสินค้าใหม่
การร่วมลงทุนช่วยแบ่งค่าเครื่องจักร วัตถุดิบ และ R&D ทำให้พัฒนาสินค้าได้เร็วขึ้น อีกทั้งจีนมีซัพพลายเชนต้นทุนต่ำ ส่วนไทยมีต้นทุนแรงงานและค่าบริหารจัดการที่สมเหตุสมผล
3. ผลิตในจีน–ส่งออกทั่วโลกง่ายขึ้น / ผลิตในไทย–ผ่านมาตรฐานอาเซียนได้รวดเร็ว
จีนมีโครงสร้างพื้นฐานการส่งออกที่แข็งแรงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ไทยสามารถผลิตสินค้าที่ผ่านมาตรฐานอาเซียนได้ง่ายและมี Free Trade ที่ช่วยลดภาษี
การจับมือกันทำให้ธุรกิจสามารถเลือกฐานการผลิตที่เหมาะกับตลาดเป้าหมายได้ทันที
4. ไทย–จีนต่างต้องการลดความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจ
การพึ่งพาตลาดเดียวมีความเสี่ยงสูง การร่วมลงทุนด้วยรูปแบบ ODM/OEM ช่วยกระจายตลาด และกระจายต้นทุน ทำให้ธุรกิจยืดหยุ่นขึ้นเมื่อเจอปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เช่น กฎระเบียบใหม่ สงครามการค้า หรือการขาดแคลนวัตถุดิบ
5. ความต้องการสินค้าใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นตลอดเวลา
ทั้งสองประเทศมีกลุ่มผู้บริโภคที่โตเร็ว เช่น สินค้าเพื่อสุขภาพ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า สินค้าแม่และเด็ก ฯลฯ
การร่วมผลิตในรูปแบบ ODM/OEM ช่วยให้ตอบโจทย์เทรนด์ใหม่ได้เร็วโดยไม่ต้องสร้างโรงงานเอง
6. การร่วมทุนสร้างความได้เปรียบด้านซัพพลายเชนและมาตรฐานสินค้า
จีนมีเทคโนโลยีและเครื่องจักรล้ำหน้า
ไทยมีความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาเซียน เช่น GMP, FDA, มอก.
เมื่อร่วมกันทำให้สินค้าได้รับมาตรฐานที่ตลาดต้องการ และสร้างซัพพลายเชนที่มั่นคงกว่าเดิม
รูปแบบความร่วมมือที่นิยมระหว่างไทย–จีน
ร่วมลงทุนตั้งโรงงาน (JV Manufacturing)
รองรับการผลิตสินค้าแบรนด์ไทยเพื่อส่งออกจีน
จีนออกแบบ–ไทยทำการตลาด (Co-Branding/Co-Development)
ไทยทำ R&D – จีนผลิตในปริมาณมาก
สรุป
ธุรกิจไทย–จีนหันมาลงทุนร่วมในรูปแบบ ODM/OEM มากขึ้น เพราะเป็นทางลัดในการเพิ่มศักยภาพการผลิต ลดต้นทุน และขยายตลาดต่างประเทศได้รวดเร็ว โดยไทยมีความเข้าใจตลาดในภูมิภาค ส่วนจีนมีเทคโนโลยีและกำลังการผลิตระดับโลก การจับมือกันจึงเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคงในยุคการแข่งขันสูงและตลาดเปลี่ยนเร็วตลอดเวลา
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม





