เครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องขอ อย. อย่างไร?
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ เช่น แชมพู ครีมนวด เซรั่ม สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม และผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แต่การนำเครื่องสำอางจากต่างประเทศเข้ามาขายในไทย ไม่สามารถนำเข้าสินค้าแล้ววางขายได้ทันที ผู้ประกอบการต้องดำเนินการ จดแจ้งเครื่องสำอางกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย.) ก่อนนำเข้าเพื่อจำหน่าย และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดเกี่ยวกับสถานที่นำเข้า เอกสารผลิตภัณฑ์ ฉลาก และขั้นตอนการนำเข้าที่ด่าน อย. ด้วย โดยเฉพาะกรณี บริษัทต่างชาติที่ยังไม่มีบริษัทหรือสำนักงานในประเทศไทย จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องผู้ยื่นจดแจ้งและผู้รับผิดชอบในประเทศไทยเป็นพิเศษ

เครื่องสำอางนำเข้าจากต่างประเทศ ต้องจด อย. หรือไม่?
ต้องจดแจ้งก่อนนำเข้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย
ตามคู่มือของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ผู้ที่ประสงค์จะ ผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ต้องยื่นคำขอจดแจ้งก่อนผลิตหรือนำเข้า และต้องได้รับใบรับจดแจ้งก่อนจึงจะสามารถผลิตหรือนำเข้าเครื่องสำอางดังกล่าวได้
ดังนั้น หากบริษัทต้องการนำ แชมพูจากสิงคโปร์ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หรือประเทศอื่น ๆ เข้ามาขายในประเทศไทย จะต้องตรวจสอบและดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์กับ อย. ไทยก่อน
ตัวอย่างเช่น
บริษัท A ในสิงคโปร์ผลิตแชมพูและต้องการนำเข้ามาขายในประเทศไทย
บริษัทไม่สามารถนำแชมพูเข้ามาขายได้ทันที แต่ต้องมีผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายในประเทศไทยดำเนินการจดแจ้งผลิตภัณฑ์ และเมื่อได้รับใบรับจดแจ้งแล้ว จึงดำเนินการนำเข้าเพื่อจำหน่ายได้
ต่างชาติไม่มีบริษัทในไทย สามารถจดแจ้งเครื่องสำอางได้หรือไม่?
ประเด็นนี้สำคัญมากสำหรับบริษัทต่างชาติ ตามคู่มือประชาชนของ อย. ผู้ที่จะผลิตเพื่อขาย นำเข้าเพื่อขาย หรือรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง ต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด โดยหากเป็น นิติบุคคล จะต้องจดทะเบียนในประเทศไทย
ดังนั้น หากเป็นบริษัทต่างประเทศที่ ยังไม่มีนิติบุคคลในประเทศไทย บริษัทต่างประเทศนั้นไม่สามารถดำเนินการในฐานะนิติบุคคลไทยสำหรับการจดแจ้งนำเข้าเพื่อขายได้โดยตรง ในทางปฏิบัติ บริษัทต่างชาติสามารถวางโครงสร้างโดยมี บริษัทไทยหรือผู้ประกอบการในประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินการด้านการจดแจ้งและการนำเข้า ตามเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง นี่จึงเป็นเหตุผลที่บริษัทต่างชาติหลายแห่งมองหาบริการ License Holder / Local Representative / ตัวแทนในประเทศไทย เพื่อช่วยดำเนินการด้าน อย. และการนำเข้า
หมายเหตุ: คำว่า “License Holder” เป็นคำที่ใช้ในทางธุรกิจเพื่ออธิบายผู้ถือ/รับผิดชอบสิทธิและการดำเนินการในประเทศไทย แต่ในการดำเนินการจริงควรตรวจสอบบทบาทและชื่อผู้ประกอบการตามระบบและเอกสารของ อย. เป็นรายกรณี ไม่ควรสรุปว่า License Holder เป็นใบอนุญาตประเภทเดียวที่ใช้แทนทุกขั้นตอน
License Holder คืออะไร?
สำหรับบริษัทต่างชาติที่ไม่มีนิติบุคคลในไทย คำว่า License Holder โดยทั่วไปหมายถึงผู้ประกอบการหรือบริษัทในประเทศไทยที่เข้ามารับผิดชอบการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย
หน้าที่อาจครอบคลุม เช่น
ดำเนินการจดแจ้งเครื่องสำอาง
เป็นผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า
ประสานงานกับ อย.
จัดเตรียมและยื่นเอกสาร
ดำเนินการเกี่ยวกับเอกสารนำเข้า
ประสานงานกับด่านอาหารและยา
ดูแลเอกสารผลิตภัณฑ์
ประสานงานกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตความรับผิดชอบของ License Holder ควรกำหนดไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน ว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบการจดแจ้ง ใครเป็นผู้นำเข้า ใครรับผิดชอบเอกสาร และใครเป็นผู้รับผิดชอบผลิตภัณฑ์ในประเทศไทย
ขั้นตอนนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศมาขายในไทย
สามารถแบ่งขั้นตอนหลัก ๆ ได้ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบประเภทสินค้า
ก่อนจดแจ้งต้องตรวจสอบก่อนว่าสินค้านั้นเข้าข่าย “เครื่องสำอาง” ตามกฎหมายไทยหรือไม่ เนื่องจากผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีลักษณะหรือคำเคลมที่ทำให้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทอื่น ซึ่งอาจมีข้อกำหนดแตกต่างกัน
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบสูตรและส่วนประกอบ
ต้องตรวจสอบสูตรส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ว่าเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องหรือไม่ อย. ระบุว่าผลิตภัณฑ์ที่ยื่นจดแจ้งต้องมีสูตรส่วนผสมที่เป็นไปตามข้อกำหนดเกี่ยวกับรายการสารด้านเครื่องสำอาง
ดังนั้น บริษัทต่างชาติควรเตรียมข้อมูล เช่น
สูตรผลิตภัณฑ์
รายการส่วนผสม
ชื่อและหน้าที่ของส่วนผสม
ข้อมูลผู้ผลิต
ประเทศผู้ผลิต
รูปแบบบรรจุภัณฑ์
ข้อมูลผลิตภัณฑ์
ขั้นตอนที่ 3: เตรียมเอกสารจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ
สำหรับเครื่องสำอางนำเข้าเพื่อขาย อย. กำหนดเอกสาร Letter of Authorization ซึ่งเป็นเอกสารอนุญาตให้นำเข้าเครื่องสำอางเพื่อขายในประเทศไทย โดยออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ผลิตในต่างประเทศ เอกสารจากต่างประเทศจึงเป็นส่วนสำคัญมาก โดยเฉพาะกรณีที่เจ้าของแบรนด์อยู่ต่างประเทศแต่ให้บริษัทไทยเป็นผู้ดำเนินการในประเทศไทย
ขั้นตอนที่ 4: จดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย.
ผู้ประกอบการยื่นรายละเอียดผลิตภัณฑ์ตามแบบ จ.ค.1 ผ่านระบบที่ อย. กำหนด ปัจจุบัน อย. มีช่องทางการยื่นคำขอผ่านระบบ e-Service และมีคู่มือการใช้งานระบบจดแจ้งเครื่องสำอางสำหรับผู้ประกอบการ
ข้อมูลที่ต้องใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของผลิตภัณฑ์และกรณีการยื่น เช่น
ชื่อเครื่องสำอาง
ประเภทผลิตภัณฑ์
สูตรส่วนผสม
ผู้ผลิต
ประเทศที่ผลิต
ผู้จดแจ้ง/ผู้ประกอบการ
ข้อมูลบรรจุภัณฑ์
เอกสารประกอบอื่น ๆ
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบสถานที่นำเข้าและเก็บรักษา
นอกจากตัวผลิตภัณฑ์แล้ว ผู้ประกอบการควรตรวจสอบเรื่อง สถานที่นำเข้าและสถานที่เก็บรักษาเครื่องสำอาง ด้วย อย. มีหลักเกณฑ์และคู่มือเกี่ยวกับการตรวจประเมินสถานที่นำเข้าและเก็บรักษาเครื่องสำอาง รวมถึงการขอผลการตรวจสถานที่เพื่อประกอบการจดแจ้ง
ดังนั้น การมีบริษัทในประเทศไทยอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากสถานที่นำเข้าและเก็บรักษายังไม่เป็นไปตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
หลังจดแจ้งแล้ว สามารถนำเข้าสินค้าได้เลยหรือไม่?
ยังมีขั้นตอนด้าน การนำเข้าในแต่ละครั้ง ที่ต้องดำเนินการ สำหรับเครื่องสำอางสำเร็จรูปที่นำเข้าเพื่อจำหน่าย อย. ระบุขั้นตอนหลัก ได้แก่
ยื่นขอใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง
เมื่อมีการนำเข้าแต่ละครั้ง ต้องยื่นขอ License per Invoice (LPI)
ดำเนินการเรื่องหนังสือมอบอำนาจสำหรับพิธีการ ณ ด่านอาหารและยา
จัดทำใบขนสินค้าขาเข้ากับกรมศุลกากร
ติดต่อด่านอาหารและยาเพื่อตรวจสอบสินค้าและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้นจึงควรเข้าใจว่า
“จดแจ้ง อย.” ≠ “นำเข้าสินค้าได้ทุกครั้งโดยไม่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม”
เพราะเมื่อมีการนำเข้าแต่ละครั้ง ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของด่านอาหารและยาและศุลกากรด้วย
เอกสารที่ต้องใช้มีอะไรบ้าง?
เอกสารจะแตกต่างกันไปตามประเภทผลิตภัณฑ์และรูปแบบการดำเนินธุรกิจ แต่สำหรับ เครื่องสำอางนำเข้าเพื่อจำหน่าย เอกสารสำคัญที่ควรเตรียม ได้แก่
เอกสารด้านผู้ประกอบการ
เอกสารของบริษัท/นิติบุคคลในประเทศไทย
ข้อมูลผู้มีอำนาจลงนาม
เอกสารเกี่ยวกับสถานประกอบการ
หนังสือมอบอำนาจ หากมีตัวแทนดำเนินการ
เอกสารด้านผลิตภัณฑ์
รายละเอียดผลิตภัณฑ์
สูตรส่วนผสม
ข้อมูลผู้ผลิต
ประเทศผู้ผลิต
รายละเอียดบรรจุภัณฑ์
ข้อมูลฉลาก
เอกสารทางวิชาการเพิ่มเติม หากเจ้าหน้าที่ร้องขอ
อย. ระบุไว้ด้วยว่า ในบางกรณีอาจต้องมี เอกสารสูตรเครื่องสำอางที่ออกโดยผู้ผลิต และเอกสารแนบเพิ่มเติม เช่น เอกสารชี้แจงจากผู้ผลิต หรือผลการทดสอบผลิตภัณฑ์ ขึ้นอยู่กับกรณี
เอกสารจากเจ้าของผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ
Letter of Authorization
เป็นเอกสารอนุญาตให้นำเข้าเครื่องสำอางเพื่อขายในประเทศไทย ซึ่งออกโดยเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ผลิตในต่างประเทศ และเป็นเอกสารที่ อย. ระบุสำหรับกรณีจดแจ้งนำเข้าเพื่อขาย
ฉลากเครื่องสำอางนำเข้าต้องระวังอะไร?
อีกเรื่องที่ผู้ประกอบการมักมองข้ามคือ ฉลากสินค้า การที่สินค้ามีฉลากจากประเทศต้นทางอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถนำมาจำหน่ายในประเทศไทยได้ทันที ควรตรวจสอบรายละเอียดฉลากให้เป็นไปตามข้อกำหนดของประเทศไทย โดยเฉพาะข้อมูล เช่น
ชื่อผลิตภัณฑ์
ประเภทหรือชนิดของเครื่องสำอาง
วิธีใช้
ส่วนประกอบ
ชื่อและที่อยู่ผู้ผลิต
ประเทศผู้ผลิต
ข้อมูลผู้รับผิดชอบในประเทศไทย
ปริมาณสุทธิ
คำเตือนหรือข้อมูลอื่นที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น ก่อนผลิตบรรจุภัณฑ์จำนวนมาก ควรตรวจสอบข้อความบนฉลากให้เรียบร้อยก่อน เพื่อป้องกันปัญหาต้องแก้ไขฉลากภายหลัง
อย. เครื่องสำอางใช้เวลานานไหม?
ตามคู่มือประชาชนของ อย. กระบวนการจดแจ้งเครื่องสำอางระบุระยะเวลาดำเนินการรวม 3 วันทำการ โดยแบ่งเป็นการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสาร 1 วันทำการ และการพิจารณา 2 วันทำการ อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาดังกล่าวเป็นกรณีที่ เอกสารครบถ้วนและถูกต้อง และเป็นระยะเวลาพิจารณาตามกระบวนงาน ไม่ควรนำไปตีความว่าโครงการนำเข้าเครื่องสำอางทั้งหมดจะสามารถเริ่มขายได้ภายใน 3 วัน เพราะยังมีขั้นตอนเกี่ยวกับสถานที่ เอกสารผลิตภัณฑ์ การนำเข้า และขั้นตอนอื่นที่อาจเกี่ยวข้อง
ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางมีอายุกี่ปี?
ตามคู่มือประชาชนของ อย. ใบรับจดแจ้งเครื่องสำอางมีอายุ 3 ปี นับจากวันที่ออกใบรับจดแจ้ง เมื่อใกล้ครบกำหนด ผู้ประกอบการต้องดำเนินการต่ออายุตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
Checklist สำหรับบริษัทต่างชาติที่ต้องการนำเข้าเครื่องสำอางในไทย
หากเป็นบริษัทต่างชาติที่กำลังวางแผนนำเข้าเครื่องสำอางมาขายในประเทศไทย สามารถเตรียมข้อมูลเบื้องต้นตาม Checklist นี้ได้
ด้านบริษัท
มีนิติบุคคล/ผู้ประกอบการในประเทศไทย
ตรวจสอบผู้จดแจ้งและผู้นำเข้า
เตรียมเอกสารบริษัท
เตรียมหนังสือมอบอำนาจ หากใช้ตัวแทน
ด้านผลิตภัณฑ์
ชื่อสินค้า
ประเภทสินค้า
สูตรส่วนผสม
รายละเอียดผลิตภัณฑ์
ข้อมูลผู้ผลิต
ประเทศผู้ผลิต
ข้อมูลบรรจุภัณฑ์
ฉลาก
Letter of Authorization
ด้านสถานที่
สถานที่นำเข้า
สถานที่เก็บรักษา
ตรวจสอบข้อกำหนดของสถานที่
ด้านการนำเข้า
ใบรับจดแจ้ง
LPI สำหรับการนำเข้าแต่ละครั้ง
ใบขนสินค้าขาเข้า
Invoice / เอกสารการขนส่ง
เอกสารสำหรับด่านอาหารและยา
การนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศมาจำหน่ายในประเทศไทย ต้องจดแจ้งเครื่องสำอางกับ อย. ก่อนนำเข้าเพื่อขาย และต้องดำเนินการตามข้อกำหนดเกี่ยวกับผู้ประกอบการ สถานที่นำเข้า เอกสารผลิตภัณฑ์ และการนำเข้าแต่ละครั้ง สำหรับ บริษัทต่างชาติที่ไม่มีนิติบุคคลในประเทศไทย ประเด็นสำคัญคือ ผู้ที่จะดำเนินการผลิตเพื่อขายหรือนำเข้าเพื่อขายในฐานะนิติบุคคลต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย จึงควรวางโครงสร้างการดำเนินธุรกิจและผู้รับผิดชอบในประเทศไทยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
เอกสารที่ควรเตรียม ได้แก่ เอกสารบริษัท สูตรผลิตภัณฑ์ ข้อมูลผู้ผลิต รายละเอียดสินค้า ฉลาก และ Letter of Authorization จากเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือผู้ผลิตต่างประเทศ รวมถึงเอกสารอื่นตามลักษณะของผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ หลังจากได้รับใบรับจดแจ้งแล้ว การนำเข้าสินค้าแต่ละครั้งยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนของด่านอาหารและยา เช่น LPI และพิธีการศุลกากร ก่อนนำสินค้าเข้าประเทศเพื่อจำหน่าย
สำหรับบริษัทต่างชาติที่ยังไม่มีบริษัทในไทย การใช้บริการ Local Representative หรือ License Holder จึงเป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา เพื่อช่วยจัดการเรื่อง อย. เอกสารผลิตภัณฑ์ สถานที่นำเข้า และขั้นตอนการนำเข้าให้เป็นไปอย่างถูกต้อง
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




