ใบเสร็จปลอม ใบกำกับภาษีปลอม บริษัทมีความผิดอะไรบ้าง?
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
การทำธุรกิจไม่ได้มีเพียงเรื่องยอดขายและกำไรเท่านั้น แต่การจัดการเอกสารทางบัญชีและภาษีก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการใช้ ใบเสร็จรับเงินปลอม หรือใบกำกับภาษีปลอม เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกค่าใช้จ่ายหรือขอเครดิตภาษีซื้อ แม้บางบริษัทอาจมองว่าเป็นเพียงการจัดทำเอกสารให้บัญชีครบถ้วน แต่ในทางกฎหมาย การใช้เอกสารปลอมอาจนำไปสู่ความผิดทั้งทางภาษี ทางอาญา และความเสียหายทางการเงินของบริษัทได้

1. ใบเสร็จปลอมและใบกำกับภาษีปลอมคืออะไร?
เอกสารทั้งสองประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่หากมีการจัดทำหรือใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายได้
ใบเสร็จรับเงินปลอม คือ เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยแสดงข้อมูลการรับเงินหรือรายการซื้อขายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ไม่มีการซื้อสินค้าหรือบริการจริง แต่มีการออกใบเสร็จเพื่อใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่าย
ใบกำกับภาษีปลอม คือ ใบกำกับภาษีที่จัดทำขึ้นโดยไม่มีสิทธิออก หรือมีการปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงการนำเอกสารที่มีข้อมูลเท็จมาใช้เพื่อประโยชน์ทางภาษี
ตัวอย่างที่พบได้ เช่น
ซื้อใบกำกับภาษีจากบริษัทอื่นโดยไม่มีการซื้อขายจริง
นำใบเสร็จปลอมมาเบิกค่าใช้จ่ายบริษัท
แก้ไขยอดเงินในใบกำกับภาษีให้สูงกว่าความเป็นจริง
นำใบกำกับภาษีของรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงมาขอเครดิตภาษีซื้อ
2. บริษัทอาจมีความผิดอะไรบ้าง?
1) ความผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
หากบริษัทนำใบกำกับภาษีปลอมมาใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อหักออกจากภาษีขาย หรือใช้ประกอบการขอคืนภาษี อาจต้องรับผิดดังนี้
ถูกปฏิเสธภาษีซื้อ ทำให้ต้องชำระภาษีเพิ่มเติม
ต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร โดยกรณีใช้ใบกำกับภาษีปลอม มีเบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี
ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ
2) ความผิดทางอาญา
หากมีเจตนานำใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี อาจมีความผิดตามมาตรา 90/4 (7) แห่งประมวลรัษฎากร
โทษทางอาญา
จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี
ปรับตั้งแต่ 2,000–200,000 บาท
ทั้งนี้ ต้องพิจารณาพฤติการณ์และเจตนาของผู้กระทำเป็นรายกรณี
3) กรรมการบริษัทอาจต้องรับผิดด้วย
หลายคนอาจเข้าใจว่าหากพนักงานเป็นผู้จัดทำเอกสารปลอม บริษัทก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว แต่ในความเป็นจริง มาตรา 90/5 กำหนดให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลอาจต้องรับโทษด้วย หากการกระทำผิดของบริษัทเกิดขึ้นจากการสั่งการ การกระทำ หรือการละเว้นหน้าที่ของบุคคลดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ก็อาจไม่ต้องรับโทษตามมาตรานี้
หากบริษัทนำใบเสร็จปลอมมาใช้บันทึกเป็นรายจ่าย ทั้งที่ไม่มีการซื้อสินค้าหรือบริการจริง รายจ่ายดังกล่าวอาจถูกกรมสรรพากรปฏิเสธในการคำนวณกำไรสุทธิ
ผลที่ตามมา ได้แก่
ต้องปรับปรุงกำไรสุทธิทางภาษี
อาจต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม
อาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย
หากมีการแสดงรายการเท็จโดยเจตนา อาจมีความผิดเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริงและบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
3. ตัวอย่างสถานการณ์ที่บริษัทควรระวัง
สถานการณ์ | ความเสี่ยง |
|---|---|
พนักงานนำใบเสร็จปลอมมาเบิกเงิน | ค่าใช้จ่ายเท็จ |
ซื้อใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายจริง | ใช้ภาษีซื้อโดยไม่ชอบ |
แก้ไขยอดเงินในใบกำกับภาษี | เอกสารมีข้อมูลไม่ตรงจริง |
บริษัทออกใบกำกับภาษีทั้งที่ไม่มีสิทธิ | ความผิดตามกฎหมาย VAT |
บันทึกค่าใช้จ่ายที่ไม่มีธุรกรรมจริง | ความเสี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคล |
4. บริษัทควรป้องกันการทุจริตจากเอกสารบัญชีอย่างไร?
เพื่อป้องกันปัญหาการใช้เอกสารปลอม บริษัทควรวางระบบควบคุมภายในให้รัดกุม โดยมีแนวทางดังนี้
1. ตรวจสอบเอกสารก่อนบันทึกบัญชี
ตรวจสอบชื่อบริษัท เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ รายละเอียดสินค้า และจำนวนเงินให้ตรงกับธุรกรรมจริง
2. ตรวจสอบผู้ขายหรือผู้ให้บริการ
ตรวจสอบว่าผู้ออกใบกำกับภาษีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และมีสิทธิออกใบกำกับภาษีหรือไม่
3. แยกหน้าที่ผู้อนุมัติและผู้จ่ายเงิน
ไม่ควรให้พนักงานคนเดียวรับผิดชอบตั้งแต่การจัดซื้อ การตรวจสอบเอกสาร ไปจนถึงการอนุมัติจ่ายเงิน
4. ตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคาร
เปรียบเทียบรายการจ่ายเงินจริงกับใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ และเอกสารประกอบการจ่ายเงิน
5. ตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ
ควรมีการตรวจสอบเอกสารและรายการบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาความผิดปกติก่อนที่จะเกิดความเสียหายจำนวนมาก
5. หากพบว่าใช้ใบกำกับภาษีปลอมไปแล้ว บริษัทควรทำอย่างไร?
หากตรวจพบว่าบริษัทเคยใช้ใบกำกับภาษีปลอม ไม่ควรเพิกเฉยหรือพยายามปกปิดข้อมูล แต่ควรดำเนินการดังนี้
ระงับการนำเอกสารที่สงสัยว่าเป็นเอกสารปลอมไปใช้เพิ่มเติม
รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบกำกับภาษี หลักฐานการโอนเงิน และสัญญาซื้อขาย
ตรวจสอบว่ามีธุรกรรมเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้จัดทำหรืออนุมัติเอกสาร
ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีตรวจสอบผลกระทบต่อแบบภาษีที่ยื่นไปแล้ว
พิจารณาดำเนินการแก้ไขรายการภาษีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตามข้อเท็จจริง
เอกสารบัญชีเพียงใบเดียว อาจสร้างความเสียหายให้บริษัทมากกว่าที่คิด
การใช้ใบเสร็จปลอมหรือใบกำกับภาษีปลอมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งด้านภาษี การเงิน และความรับผิดทางอาญา โดยเฉพาะกรณีที่มีเจตนานำเอกสารปลอมมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหรือขอเครดิตภาษีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับระบบบัญชี การตรวจสอบเอกสาร และการควบคุมภายในอย่างจริงจัง เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
TMA พร้อมให้คำปรึกษาด้านบัญชี ภาษี และการจัดการเอกสารทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




