ใบเสร็จปลอม ใบกำกับภาษีปลอม บริษัทมีความผิดอะไรบ้าง?

Pam การเข้าชม: 6 2026-11-05 14:26:54 ความคิดเห็น: 0

เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา

การทำธุรกิจไม่ได้มีเพียงเรื่องยอดขายและกำไรเท่านั้น แต่การจัดการเอกสารทางบัญชีและภาษีก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการใช้ ใบเสร็จรับเงินปลอม หรือใบกำกับภาษีปลอม เพื่อนำมาใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกค่าใช้จ่ายหรือขอเครดิตภาษีซื้อ แม้บางบริษัทอาจมองว่าเป็นเพียงการจัดทำเอกสารให้บัญชีครบถ้วน แต่ในทางกฎหมาย การใช้เอกสารปลอมอาจนำไปสู่ความผิดทั้งทางภาษี ทางอาญา และความเสียหายทางการเงินของบริษัทได้

Account Services - 2026-11-05T145852.445.png


1. ใบเสร็จปลอมและใบกำกับภาษีปลอมคืออะไร?

เอกสารทั้งสองประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่หากมีการจัดทำหรือใช้ข้อมูลอันเป็นเท็จ ก็อาจก่อให้เกิดปัญหาทางกฎหมายได้

  • ใบเสร็จรับเงินปลอม คือ เอกสารที่จัดทำขึ้นโดยแสดงข้อมูลการรับเงินหรือรายการซื้อขายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ไม่มีการซื้อสินค้าหรือบริการจริง แต่มีการออกใบเสร็จเพื่อใช้เป็นหลักฐานค่าใช้จ่าย

  • ใบกำกับภาษีปลอม คือ ใบกำกับภาษีที่จัดทำขึ้นโดยไม่มีสิทธิออก หรือมีการปลอมแปลงเอกสาร รวมถึงการนำเอกสารที่มีข้อมูลเท็จมาใช้เพื่อประโยชน์ทางภาษี

ตัวอย่างที่พบได้ เช่น

  • ซื้อใบกำกับภาษีจากบริษัทอื่นโดยไม่มีการซื้อขายจริง

  • นำใบเสร็จปลอมมาเบิกค่าใช้จ่ายบริษัท

  • แก้ไขยอดเงินในใบกำกับภาษีให้สูงกว่าความเป็นจริง

  • นำใบกำกับภาษีของรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงมาขอเครดิตภาษีซื้อ

2. บริษัทอาจมีความผิดอะไรบ้าง?

1) ความผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

หากบริษัทนำใบกำกับภาษีปลอมมาใช้เป็นภาษีซื้อเพื่อหักออกจากภาษีขาย หรือใช้ประกอบการขอคืนภาษี อาจต้องรับผิดดังนี้

  • ถูกปฏิเสธภาษีซื้อ ทำให้ต้องชำระภาษีเพิ่มเติม

  • ต้องเสียเบี้ยปรับตามมาตรา 89 แห่งประมวลรัษฎากร โดยกรณีใช้ใบกำกับภาษีปลอม มีเบี้ยปรับ 2 เท่าของจำนวนภาษีตามใบกำกับภาษี

  • ต้องเสียเงินเพิ่มตามมาตรา 89/1 ในอัตรา 1.5% ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ

2) ความผิดทางอาญา

หากมีเจตนานำใบกำกับภาษีปลอมหรือใบกำกับภาษีที่ออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไปใช้ในการเครดิตภาษี อาจมีความผิดตามมาตรา 90/4 (7) แห่งประมวลรัษฎากร

โทษทางอาญา

  • จำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี

  • ปรับตั้งแต่ 2,000–200,000 บาท

ทั้งนี้ ต้องพิจารณาพฤติการณ์และเจตนาของผู้กระทำเป็นรายกรณี

3) กรรมการบริษัทอาจต้องรับผิดด้วย

หลายคนอาจเข้าใจว่าหากพนักงานเป็นผู้จัดทำเอกสารปลอม บริษัทก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว แต่ในความเป็นจริง มาตรา 90/5 กำหนดให้กรรมการผู้จัดการ ผู้จัดการ หรือผู้แทนของนิติบุคคลอาจต้องรับโทษด้วย หากการกระทำผิดของบริษัทเกิดขึ้นจากการสั่งการ การกระทำ หรือการละเว้นหน้าที่ของบุคคลดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นหรือไม่มีส่วนร่วมในการกระทำความผิด ก็อาจไม่ต้องรับโทษตามมาตรานี้

4) ค่าใช้จ่ายปลอมอาจกระทบภาษีเงินได้นิติบุคคล

หากบริษัทนำใบเสร็จปลอมมาใช้บันทึกเป็นรายจ่าย ทั้งที่ไม่มีการซื้อสินค้าหรือบริการจริง รายจ่ายดังกล่าวอาจถูกกรมสรรพากรปฏิเสธในการคำนวณกำไรสุทธิ

ผลที่ตามมา ได้แก่

  • ต้องปรับปรุงกำไรสุทธิทางภาษี

  • อาจต้องชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติม

  • อาจมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย

  • หากมีการแสดงรายการเท็จโดยเจตนา อาจมีความผิดเพิ่มเติมตามข้อเท็จจริงและบทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

3. ตัวอย่างสถานการณ์ที่บริษัทควรระวัง

สถานการณ์

ความเสี่ยง

พนักงานนำใบเสร็จปลอมมาเบิกเงิน

ค่าใช้จ่ายเท็จ

ซื้อใบกำกับภาษีโดยไม่มีการซื้อขายจริง

ใช้ภาษีซื้อโดยไม่ชอบ

แก้ไขยอดเงินในใบกำกับภาษี

เอกสารมีข้อมูลไม่ตรงจริง

บริษัทออกใบกำกับภาษีทั้งที่ไม่มีสิทธิ

ความผิดตามกฎหมาย VAT

บันทึกค่าใช้จ่ายที่ไม่มีธุรกรรมจริง

ความเสี่ยงภาษีเงินได้นิติบุคคล

4. บริษัทควรป้องกันการทุจริตจากเอกสารบัญชีอย่างไร?

เพื่อป้องกันปัญหาการใช้เอกสารปลอม บริษัทควรวางระบบควบคุมภายในให้รัดกุม โดยมีแนวทางดังนี้

1. ตรวจสอบเอกสารก่อนบันทึกบัญชี

ตรวจสอบชื่อบริษัท เลขประจำตัวผู้เสียภาษี วันที่ รายละเอียดสินค้า และจำนวนเงินให้ตรงกับธุรกรรมจริง

2. ตรวจสอบผู้ขายหรือผู้ให้บริการ

ตรวจสอบว่าผู้ออกใบกำกับภาษีเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT และมีสิทธิออกใบกำกับภาษีหรือไม่

3. แยกหน้าที่ผู้อนุมัติและผู้จ่ายเงิน

ไม่ควรให้พนักงานคนเดียวรับผิดชอบตั้งแต่การจัดซื้อ การตรวจสอบเอกสาร ไปจนถึงการอนุมัติจ่ายเงิน

4. ตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคาร

เปรียบเทียบรายการจ่ายเงินจริงกับใบเสร็จ ใบแจ้งหนี้ และเอกสารประกอบการจ่ายเงิน

5. ตรวจสอบบัญชีเป็นประจำ

ควรมีการตรวจสอบเอกสารและรายการบัญชีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาความผิดปกติก่อนที่จะเกิดความเสียหายจำนวนมาก

5. หากพบว่าใช้ใบกำกับภาษีปลอมไปแล้ว บริษัทควรทำอย่างไร?

หากตรวจพบว่าบริษัทเคยใช้ใบกำกับภาษีปลอม ไม่ควรเพิกเฉยหรือพยายามปกปิดข้อมูล แต่ควรดำเนินการดังนี้

  1. ระงับการนำเอกสารที่สงสัยว่าเป็นเอกสารปลอมไปใช้เพิ่มเติม

  2. รวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้อง เช่น ใบกำกับภาษี หลักฐานการโอนเงิน และสัญญาซื้อขาย

  3. ตรวจสอบว่ามีธุรกรรมเกิดขึ้นจริงหรือไม่ และใครเป็นผู้จัดทำหรืออนุมัติเอกสาร

  4. ให้ผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและภาษีตรวจสอบผลกระทบต่อแบบภาษีที่ยื่นไปแล้ว

  5. พิจารณาดำเนินการแก้ไขรายการภาษีและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายตามข้อเท็จจริง

เอกสารบัญชีเพียงใบเดียว อาจสร้างความเสียหายให้บริษัทมากกว่าที่คิด

การใช้ใบเสร็จปลอมหรือใบกำกับภาษีปลอมไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อบริษัททั้งด้านภาษี การเงิน และความรับผิดทางอาญา โดยเฉพาะกรณีที่มีเจตนานำเอกสารปลอมมาใช้เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีหรือขอเครดิตภาษีโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ดังนั้น ผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับระบบบัญชี การตรวจสอบเอกสาร และการควบคุมภายในอย่างจริงจัง เพราะการป้องกันตั้งแต่ต้นย่อมช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

TMA พร้อมให้คำปรึกษาด้านบัญชี ภาษี และการจัดการเอกสารทางธุรกิจ เพื่อช่วยให้บริษัทดำเนินธุรกิจได้อย่างถูกต้อง


Facebook-Management YouTube Facebook-Consultant Facebook-Recruitment
ประกาศ

1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็น
ค้นหา
อันดับความนิยม
เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้
รายการแท็ก
    ติดตามเรา

    สแกนเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม