ปี 2569 เลือกลดหย่อนภาษีด้วยอะไรดี? วางแผนภาษีให้เหมาะกับเป้าหมาย

Pam การเข้าชม: 11 2026-09-17 14:15:19 ความคิดเห็น: 0

เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา

การวางแผนลดหย่อนภาษีไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า“อะไรลดหย่อนได้เยอะที่สุด?”แต่ควรเริ่มจาก เป้าหมายทางการเงินของเรา ก่อน ไม่ว่าจะเป็นการดูแลสุขภาพ การคุ้มครองชีวิต การออมระยะยาว การลงทุน หรือการเตรียมเงินสำหรับวัยเกษียณ สำหรับปี 2569 ผู้เสียภาษีสามารถพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากหลายทางเลือก โดยแต่ละประเภทมีเงื่อนไขและวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ดังนั้นควรวางแผนให้เหมาะกับรายได้และแผนการเงินของตนเอง

Account Services - 2026-09-17T145848.977.png


1. เป้าหมายด้านหลักประกันสุขภาพ

ประกันสังคม

เงินสมทบประกันสังคมเป็นหนึ่งในรายการที่สามารถนำมาใช้ประกอบการลดหย่อนภาษีได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคม เงินที่จ่ายเข้ากองทุนไม่เพียงเป็นหลักประกันด้านสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แต่ยังสามารถนำมาพิจารณาในการวางแผนภาษีได้ด้วย


ประกันสุขภาพ

เบี้ยประกันสุขภาพเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดหย่อนภาษีควบคู่กับการบริหารความเสี่ยงด้านค่ารักษาพยาบาล จากข้อมูลในภาพ ระบุว่า เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

ดังนั้น ผู้ที่มีประกันสุขภาพอยู่แล้วควรตรวจสอบว่าเบี้ยประกันของตนเองสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ตามเงื่อนไขหรือไม่


2. เป้าหมายด้านการคุ้มครองชีวิต

ประกันชีวิตแบบตลอดชีพ / แบบชั่วระยะเวลา

ประกันชีวิตสามารถใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงและวางแผนทางการเงินในระยะยาว โดยมีทั้งประกันชีวิตแบบตลอดชีพและแบบชั่วระยะเวลา

สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนทำประกัน ได้แก่

  • จำนวนเงินเอาประกัน

  • ระยะเวลาคุ้มครอง

  • จำนวนเบี้ยประกัน

  • ผลประโยชน์ตามกรมธรรม์

  • ความสามารถในการจ่ายเบี้ยต่อเนื่อง

การเลือกประกันจึงควรพิจารณาจากความต้องการด้านความคุ้มครองเป็นหลัก และนำสิทธิประโยชน์ทางภาษีมาประกอบการตัดสินใจ


ประกันชีวิตแบบควบการลงทุน (Unit Linked)

สำหรับผู้ที่ต้องการ ความคุ้มครองชีวิตควบคู่กับการลงทุน อาจพิจารณาประกันชีวิตแบบ Unit Linked ผลิตภัณฑ์ประเภทนี้แตกต่างจากประกันชีวิตทั่วไป เนื่องจากเบี้ยส่วนหนึ่งจะถูกนำไปลงทุนในกองทุนตามรูปแบบที่ผู้เอาประกันเลือก อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลการลงทุน และมูลค่าการลงทุนอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ จึงควรศึกษาความเสี่ยงและเงื่อนไขอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ


3. เป้าหมายด้านการออมระยะยาว

ประกันแบบสะสมทรัพย์

ผู้ที่ต้องการออมเงินและได้รับความคุ้มครองชีวิตไปพร้อมกัน อาจพิจารณา ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ จากข้อมูลในภาพ มีการยกตัวอย่างว่า ประกันแบบสะสมทรัพย์อาจให้ผลตอบแทนประมาณ 2–3% ต่อปี ทั้งนี้ ผลตอบแทนที่แท้จริงขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละกรมธรรม์ ไม่ควรนำตัวเลขดังกล่าวไปใช้เป็นผลตอบแทนของประกันทุกประเภท

ข้อดีของประกันสะสมทรัพย์คือช่วยสร้างวินัยในการออมตามระยะเวลาของกรมธรรม์ แต่ผู้ทำประกันควรพิจารณาความสามารถในการชำระเบี้ยตลอดสัญญาด้วย


4. เป้าหมายด้านการลงทุนระยะยาว

Thai ESG เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมความยั่งยืนในประเทศไทย พร้อมใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กำหนด

จากข้อมูลในภาพ ระบุแนวทางการลงทุน เช่น

  • หุ้นและตราสารหนี้ในประเทศไทย

  • บริษัทที่ผ่านเกณฑ์ด้าน ESG

  • การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ ESG และ CG Rating

สำหรับผู้ลงทุน สิ่งสำคัญคือควรศึกษานโยบายของกองทุนก่อนลงทุน เพราะกองทุนแต่ละกองมีสินทรัพย์ที่ลงทุน ระดับความเสี่ยง และผลตอบแทนที่แตกต่างกัน


Thai ESGX

ในภาพยังมี Thai ESGX ซึ่งเป็นกองทุนที่เกี่ยวข้องกับมาตรการทางภาษีและการลงทุนด้านความยั่งยืน สำหรับผู้ที่มีการลงทุนหรือกำลังพิจารณาการลงทุนใน Thai ESGX ควรตรวจสอบเงื่อนไขของมาตรการในปีภาษีที่ต้องการใช้สิทธิให้ละเอียด เนื่องจาก เงื่อนไขและวงเงินลดหย่อนอาจแตกต่างกันตามช่วงเวลาที่ลงทุนและประเภทของสิทธิ จึงไม่ควรนำตัวเลขจากมาตรการในปีก่อนมาใช้กับปี 2569 โดยอัตโนมัติ


5. เป้าหมายด้านการเกษียณ

สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ สามารถพิจารณาเครื่องมือหลายประเภท โดยในภาพแบ่งออกเป็น PVD / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน / ประกันชีวิตแบบบำนาญ และ RMF


PVD / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน

PVD (กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ) เป็นเงินออมที่เกิดจากการสะสมของพนักงานและเงินสมทบจากนายจ้างตามเงื่อนไขของกองทุน ส่วน กบข. เป็นกองทุนสำหรับสมาชิกที่อยู่ในระบบข้าราชการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

สำหรับสมาชิกกองทุนต่าง ๆ ควรตรวจสอบจำนวนเงินสะสมและเงื่อนไขการใช้สิทธิทางภาษีของตนเอง


ประกันชีวิตแบบบำนาญ

ประกันชีวิตแบบบำนาญเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างรายได้สำหรับช่วงหลังเกษียณ แนวคิดหลักคือ ผู้เอาประกันชำระเบี้ยตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ และได้รับผลประโยชน์ในรูปแบบเงินบำนาญเมื่อถึงช่วงเวลาที่กำหนด

จากข้อมูลในภาพ มีการระบุลักษณะของประกันบำนาญว่า

  • มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ

  • ได้รับเงินเป็นงวด ๆ ตามเงื่อนไข

  • ช่วยสร้างกระแสเงินสดในช่วงเกษียณ

  • ไม่สามารถนำเงินออกมาใช้ได้ทันทีเหมือนเงินฝากทั่วไป

  • ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของกรมธรรม์

ดังนั้นควรพิจารณาความจำเป็นในการใช้เงินและระยะเวลาที่สามารถถือกรมธรรม์ได้ก่อนตัดสินใจ


RMF (Retirement Mutual Fund) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นเครื่องมือสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนเพื่อเป้าหมายเกษียณ

ข้อควรพิจารณาหลัก ได้แก่

  • ต้องลงทุนตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • เงินลงทุนมีความเสี่ยงตามสินทรัพย์ที่กองทุนเลือกลงทุน

  • มูลค่าหน่วยลงทุนสามารถเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้

  • ควรวางแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับระยะเวลาจนถึงวัยเกษียณ

RMF จึงเหมาะกับการมองเป็น การลงทุนระยะยาว มากกว่าการลงทุนเพื่อหวังใช้เงินในระยะสั้น


6. เงินออมเพื่อวัยเกษียณควรวางแผนร่วมกัน

สำหรับผู้ที่มีทั้ง PVD, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน, ประกันชีวิตแบบบำนาญ หรือ RMF ควรตรวจสอบวงเงินลดหย่อนรวมของเงินออมเพื่อการเกษียณก่อนลงทุนเพิ่มเติม

จากข้อมูลในภาพ ระบุแนวคิดว่า RMF + ประกันบำนาญ + PVD / กบข. / กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน สามารถนำมาพิจารณารวมกันภายใต้เพดานการลดหย่อนที่เกี่ยวข้อง โดยมีวงเงินรวมสูงสุด 500,000 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนด

ดังนั้น การซื้อผลิตภัณฑ์หลายประเภทพร้อมกันไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้เต็มจำนวนทุกประเภท เพราะต้องพิจารณา เพดานรวมและเงื่อนไขของแต่ละรายการ ด้วย


เลือกอะไรดี? เริ่มจาก“เป้าหมาย”ก่อน

การวางแผนลดหย่อนภาษีสามารถเริ่มจากการถามตัวเองว่าเราต้องการอะไร

ต้องการหลักประกันสุขภาพ

พิจารณา ประกันสุขภาพ และสิทธิจากประกันสังคม

ต้องการคุ้มครองชีวิต

พิจารณา ประกันชีวิต ให้เหมาะกับภาระและความต้องการของครอบครัว

ต้องการออมระยะยาว

พิจารณา ประกันสะสมทรัพย์ โดยดูผลประโยชน์และระยะเวลาของกรมธรรม์

ต้องการลงทุน

พิจารณา Thai ESG / Thai ESGX ตามเงื่อนไขและช่วงเวลาที่สามารถใช้สิทธิได้

ต้องการเตรียมเงินเกษียณ

พิจารณา RMF, PVD, กบข., กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน หรือประกันชีวิตแบบบำนาญ ตามสถานะและเป้าหมายของแต่ละคน



การลดหย่อนภาษีไม่ใช่การหาวิธีจ่ายภาษีให้น้อยที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำสิทธิประโยชน์ทางภาษีมาใช้ควบคู่กับการวางแผนทางการเงิน

ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ Thai ESG หรือเครื่องมือสำหรับการเกษียณอย่าง RMF และ PVD ผู้เสียภาษีควรพิจารณา เป้าหมายทางการเงิน ระยะเวลาการใช้เงิน ความเสี่ยง และเงื่อนไขของแต่ละผลิตภัณฑ์ ก่อนตัดสินใจโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่มีเงื่อนไขการถือครองระยะยาว หากเลือกโดยพิจารณาเฉพาะสิทธิลดหย่อนภาษี อาจทำให้เกิดภาระทางการเงินในอนาคตได้

วางแผนภาษีให้ดี ไม่ใช่แค่“ลดภาษี”แต่ต้องทำให้เงินที่จ่ายไปตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินของเรา


Facebook-Management YouTube Facebook-Consultant Facebook-Recruitment
ประกาศ

1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม

แสดงความคิดเห็น
ค้นหา
อันดับความนิยม
เผยแพร่เมื่อเร็วๆ นี้
รายการแท็ก
    ติดตามเรา

    สแกนเพิ่มเราเป็นเพื่อน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม