ว่างงานแบบไหน ได้รับเงินชดเชยจากประกันสังคม?
เกี่ยวกับ TMA Group
TMA Group เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการสรรหาบุคลากรและการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในประเทศไทย มุ่งมั่นที่จะให้บริการครบวงจรแก่ทั้งองค์กรและบุคคล รวมถึงการสรรหาบุคลากร การบริหารจัดการทางการเงิน การจัดการภาษี การให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ และบริการอื่นๆ หากท่านต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการลงทุนในประเทศไทย ยินดีต้อนรับติดต่อเราตลอดเวลา
เมื่อออกจากงาน หลายคนอาจกังวลเรื่องรายได้ระหว่างหางานใหม่ แต่ทราบหรือไม่ว่า หากคุณเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และเข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด คุณอาจมีสิทธิได้รับ "เงินทดแทนกรณีว่างงาน" จากสำนักงานประกันสังคม อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่การว่างงานทุกกรณีที่จะได้รับสิทธิเท่ากัน โดยอัตราเงินชดเชยและระยะเวลาการได้รับสิทธิจะแตกต่างกันตามสาเหตุของการว่างงาน

เงินทดแทนกรณีว่างงาน คืออะไร?
เงินทดแทนกรณีว่างงาน เป็นสิทธิประโยชน์ที่สำนักงานประกันสังคมจ่ายให้แก่ผู้ประกันตนที่ขาดรายได้จากการทำงานชั่วคราว เนื่องจากลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายระหว่างหางานใหม่
กรณีที่ 1 ถูกเลิกจ้าง
หากนายจ้างเป็นฝ่ายเลิกจ้าง หรือเลิกกิจการจนลูกจ้างต้องออกจากงาน ผู้ประกันตนจะได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานในอัตราที่สูงกว่า
สิทธิที่ได้รับ
รับเงินทดแทน 60% ของค่าจ้างเฉลี่ย
รับได้ไม่เกิน 180 วันต่อปี
ต้องมีคุณสมบัติตามที่ประกันสังคมกำหนด
ตัวอย่าง
หากมีค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาทต่อเดือน อาจได้รับเงินทดแทนประมาณ 9,000 บาทต่อเดือน ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
กรณีที่ 2 ลาออกจากงานด้วยตนเอง
หลายคนเข้าใจผิดว่าลาออกเองจะไม่ได้รับสิทธิ แต่ความจริงแล้วผู้ที่ลาออกก็สามารถรับเงินทดแทนกรณีว่างงานได้เช่นกัน
สิทธิที่ได้รับ
รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้างเฉลี่ย
รับได้ไม่เกิน 90 วันต่อปี
แม้อัตราจะน้อยกว่ากรณีถูกเลิกจ้าง แต่ก็ยังเป็นสิทธิที่ช่วยลดภาระทางการเงินในช่วงหางานใหม่ได้
กรณีที่ 3 สิ้นสุดสัญญาจ้าง
สำหรับพนักงานที่ทำงานตามสัญญาจ้าง เช่น พนักงานชั่วคราว หรือพนักงานโครงการ เมื่อสัญญาสิ้นสุดลงและไม่ได้รับการต่อสัญญา ถือว่าเข้าข่ายว่างงานและสามารถขอรับสิทธิได้เช่นกัน
โดยอัตราและเงื่อนไขการได้รับสิทธิจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด
คุณสมบัติสำคัญในการรับเงินว่างงาน
ผู้ประกันตนจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
ต้องเคยเป็นลูกจ้างในระบบประกันสังคม และมีการส่งเงินสมทบตามกฎหมาย
2. ส่งเงินสมทบไม่น้อยกว่า 6 เดือน
ต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมไม่น้อยกว่า 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนว่างงาน
3. ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงาน
ต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางานภายใน 30 วัน นับจากวันที่ว่างงาน
4. รายงานตัวตามกำหนด
ผู้ขอรับสิทธิต้องรายงานตัวตามเงื่อนไขของกรมการจัดหางาน มิฉะนั้นอาจถูกระงับสิทธิได้
กรณีใดที่ไม่ได้รับสิทธิ?
ผู้ประกันตนอาจไม่ได้รับสิทธิในกรณี เช่น
เกษียณอายุ
ลาออกโดยได้รับบำนาญชราภาพ
ไม่ขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายในกำหนด
ไม่รายงานตัวตามเงื่อนไข
ไม่มีคุณสมบัติการส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์
ขั้นตอนการขอรับเงินทดแทนกรณีว่างงาน
ตรวจสอบว่านายจ้างแจ้งออกจากประกันสังคมเรียบร้อยแล้ว
ลงทะเบียนผู้ว่างงานกับกรมการจัดหางาน
ยื่นขอรับสิทธิประโยชน์กรณีว่างงาน
รายงานตัวตามกำหนดทุกเดือน
รอรับเงินโอนเข้าบัญชีตามสิทธิที่ได้รับ
ไม่ว่าจะเป็นการลาออกเอง ถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง ผู้ประกันตนมีโอกาสได้รับเงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม หากมีคุณสมบัติตรงตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น เมื่อออกจากงาน อย่าลืมตรวจสอบสิทธิของตนเอง และดำเนินการขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานภายในระยะเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับจากประกันสังคม
1. สถานีนี้ปฏิบัติตามมาตรฐานในวงการ และทุกบทความที่ถูกคัดลอกจะถูกทำเครื่องหมายชัดเจนว่าเป็นของผู้เขียนและแหล่งที่มา; 2. บทความต้นฉบับของสถานีนี้ โปรดระบุผู้เขียนและแหล่งที่มาเมื่อมีการคัดลอก เราจะดำเนินการตามกฎหมายต่อผู้ที่ไม่เคารพสิทธิของผู้เขียน; 3. การส่งบทความของผู้เขียนอาจถูกดำเนินการแก้ไขหรือเพิ่มเติมโดยบรรณาธิการของเราในบางกรณีที่เหมาะสม




